พลาสติกมีกี่ประเภท?

พลาสติกมีกี่ประเภท?

พลาสติกคืออะไร ?

พลาสติก เป็นวัสดุที่เราพบเห็นและใช้งานกันทั่วไป  เช่น ขวดน้ำพลาสติก กล่องพลาสติกใส่อาหาร กล่องข้าวพลาสติก ขวดนมพลาสติก พลาสติกเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้นมา มีน้ำหนักโมเลกุลสูง โดยผ่านความร้อนจะทำให้พลาสติกนั้นอ่อนตัวลงและสามารถหลอมรูปทรงต่างๆขึ้นมาได้

พลาสติกแบ่งออกเป็นกี่ประภท?

พลาสติกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ เทอร์โมพลาสติก และเทอร์โมเซตติงพลาสติก

 

1. เทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หรือเรซิน เป็นพลาสติกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เมื่อถูกความร้อนจะอ่อนตัวลง และเมื่อเย็นตัวลงจะเกิดการแข็งตัว เม็ดพลาสติกประเภทนี้จะสามารถขึ้นรูปได้โดยผ่านความร้อน นำมารีไซเคิลโดยการหลอมและขึ้นรูปใหม่ได้ ชนิดของพลาสติกในประเภทของเทอร์โมพลาสติก ได้แก่

พอลีเอทิลีน (Polyethylene: PE)

 

เป็นพลาสติกที่ไอน้ำซึมผ่านเข้ามาได้เล็กน้อย อากาศสามารถเข้าผ่านได้ ตัวพลาสติกมีสีขุ่น ทนความร้อนได้พอประมาณ นิยมนำมาให้ในอุตสาหกรรม เช่น ท่อน้ำ ถัง ถุง แท่นรองสินค้า

พอลิโพรพิลีน (Polypropylene: PP)

 

เป็นพลาสติกที่ไอน้ำซึมผ่านได้น้อย สามารถทนความร้อนได้ ทนต่อสารไขมัน นิยมใช้สำหรับการผลิตหลอดดูดพลาสติก และถุงพลาสติกสำหรับบรรจุอาหาร

พอลิสไตรีน (Polystyrene: PS)

 

มีลักษณะโปร่งใส เปราะง่าย แต่ทนต่อด่างและกรด ใช้ทำชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้สำนักงาน

SAN (styrene-acrylonitrile)

 

เป็นพลาสติกโปร่งใส ใช้สำหรับผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า

ABS (acrylonitrile-butadiene-styrene)

มีลักษณะโปร่งใสแต่เหนียว ทนสารเคมีกว่า พอลิสไตรีน ใช้ผลิตเป็นถาด ถ้วย

พอลิไวนิลคลอไรด์ (Polyvinylchloride: PVC)

 

เป็นพลาสติกที่มีลักษณะใส ป้องกันไขมันได้ดีใช้ทำขวดน้ำมันและไขมันปรุงอาหาร หรือเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ เช่น ไวน์ เบียร์

ไนลอน (Nylon)

 

เป็นพลาสติกที่มีความเหนียวค่อนข้างมาก คงทนต่อความร้อนและการเพิ่มอุณหภูมิได้ ใช้สำหรับทำถุงพลาสติกบรรจุอาหารแบบสุญญากาศ

พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต
(Polyethylene terephthalate: PET)

 

เป็นพลาสติกที่โปร่งใส และเหนียวมาก มีราคาสูง ใช้สำหรับทำแผ่นฟิล์มบางๆ บรรจุอาหาร

พอลิคาร์บอเนต (Polycarbonate: PC)

 

เป็นพลาสติกที่มีลักษณะแข็ง โปร่งใส แข็ง ทนแรงยึดและแรงกระแทกได้ดี ทนความร้อนสูง ทนกรด แต่ไม่ทนด่าง เป็นรอยหรือคราบอาหาร จับยาก ใช้ทำถ้วย จาน ชาม ขวดนมเด็ก และขวดบรรจุอาหารเด็ก

2. เทอร์โมเซตติ้งพลาสติก (Thermosetting Plastic) เป็นพลาสติกที่ทนทานต่อการเปลี่ยนของอุณหภูมิและทนต่อปฏิกิริยาเคมีได้ดี เกิดรอยเปื้อนที่เป็นคราบได้ยาก เป็นพลาสติกที่คงรูปหลังการผ่านความร้อนได้ครึ่งเดียวและจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้อีก เมื่อเจออุณหภูมิที่สูงจะเกิดการไหม้และแตกเป็นขี้เถ้า ไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้ ชนิดของพลาสติกในประเภทของเทอร์โมเซตติ้งพลาสติก ได้แก่

เมลามีน ฟอร์มาลดีไฮด์ (melamine formaldehyde)

 

มีสมบัติทางเคมี สามารถทนแรงดันได้ ทนแรงอัดได้ ทนแรงกระแทกได้ และทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ทนความร้อนได้ถึง 140 องศาเซลเซียส เมลามีนจึงนิยมใช้ทำภาชนะบรรจุอาหารหลายชนิด มีทั้งที่เป็นสีเรียบและลวดลายสวยงาม

ฟีนอลฟอร์มาดีไฮต์ (phenol-formaldehyde)

 

มีความต้านทานต่อตัวทำละลายสารละลายเกลือและน้ำมัน แต่พลาสติกอาจพองบวมได้เนื่องจากน้ำหรือแอลกอฮอล์พลาสติกชนิดนี้ใช้ทำฝาจุกขวดและหม้อ

อีพ็อกซี (epoxy)

 

ใช้สำหรับเคลือบผิวของอุปกรณ์ภายในบ้านเรือน และท่อเก็บก๊าซ ใช้ในการเชื่อมส่วนประกอบโลหะ แก้ว และเซรามิก ใช้ในการหล่ออุปกรณ์ที่ทำจากโลหะและเคลือบผิวอุปกรณ์ ใช้ใส่ในส่วนประกอบของอุปกรณ์ไฟฟ้า เส้นใยของท่อ และท่อความดัน ใช้เคลือบผิวของพื้นและผนัง ใช้เป็นวัสดุของแผ่นกำบังนิวตรอน ซีเมนต์ และปูนขาว ใช้เคลือบผิวถนน เพื่อกันลื่น ใช้ทำโฟมแข็ง ใช้เป็นสารในการทำสีของแก้วได้

พอลิเอสเตอร์ (polyester)

 

ใช้สำหรับการเคลือบผิวพลาสติกประเภทฟิล์มยืดและยาง ขวดน้ำ เส้นใย

 

ยูรีเทน (urethane)

 

เป็นชื่อเรียกโดยทั่วไปของเอทิลคาร์บาเมต

พอลิยูรีเทน (polyurethane)

 

ใช้สำหรับทำกาว ยาง พลาสติก และน้ำมันชักเงา

และข้อมูลทั้งหมดนี้คือพลาสติกในแต่ละประเภทที่แตกต่างกันในเรื่องของการใช้งาน เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงควรที่จะศึกษาข้อมูลพลาสติกแต่ละชนิดให้ละเอียด เพื่อเป็นแนวทาง และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานอย่างมากที่สุดค่ะ

หากลูกค้าท่านใดสนใจ ขวดน้ำดื่ม ขวดเปล่า ขวดพลาสติก ขวดใส ขวดขุ่น ขวดใส่น้ำผลไม้ ขวดน้ำสมุนไพร ขวดพลาสติก PET ขวดพลาสติก PP ในราคาถูก ราคาโรงงาน พิเศษสามารถสั่งทำโลโก้  สั่งทำสติ๊กเกอร์ ฉลากติดขวด

 

ติดต่อทางฝ่ายขายได้ที่…

Mobile : คุณส้ม 094-293-6164

LINE : @9Bottles